ตกลงว่าคริปโตนี่มันเสียภาษียังไงนะ

หลายคนสอบถามผมมาแบบนี้

ท่ามกลางกระแสการลงทุนที่ร้อนแรงในขณะนี้ หลายคนคงมีคำถามว่า Crypto เสียภาษีอย่างไร ? หรือภาษีคริปโต จะเก็บแบบไหน ผมจึงตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่ออธิบายสิ่งที่ค้างคาใจใครหลายคนครับ

แต่อย่างไรก็ตาม บทความชิ้นนี้ เป็นการตีความข้อกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันจากมุมมองของตัวผมเอง ซึ่งอาจจะมีประเด็นบางอย่างที่คลุมเครือและไม่ชัดเจนอยู่บ้าง ซึ่งคงต้องรอความชัดเจนจากทางกรมสรรพากรอีกทีหนึ่งครับ

ข้อกฎหมายที่ใช้จัดเก็บภาษี

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บภาษี Cryptocurrency นั้น เริ่มต้นมาจากการออก พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรฉบับที่ 19 เพื่อแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมในมาตรา 40 และมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฏากร

สำหรับมาตรา 40 มีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม ดังนี้ครับ

(ซ) เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือหรือ ครอบครองโทเคนดิจิทัล
(ฌ) ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ทั้งนี้ เฉพาะซึ่งตีราคา เป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน

สำหรับข้อกฎหมายข้างบน คือ มาตรา 40(4)(ซ) และ มาตรา 40(ฌ) ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดประเภท เงินได้ เพิ่มเติมขึ้นมาจากการได้ ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิตอล และ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลที่เป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน

สำหรับคนที่เริ่มจะงง ๆ ผมขออธิบายสั้น ๆ ว่า กฎหมายที่เพิ่มขึ้นมานี้ กำลังกำหนดว่า ถ้าเรามีกำไรที่ได้รับจากส่วนแบ่งในการถือครองโทเคน (Digital Token) เรามีหน้าที่ต้องถือเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีครับ

และอีกมาตราหนึ่งก็บอกว่า ถ้าเรามี กำไรจากการขาย โทเคน (Digital Token) และ คริปโทเคอร์เรนซี (Crypto Currency) เราก็มีหน้าที่เสียภาษีเหมือนกัน

โดยทั้งสองตัวนี้ จะถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 4 ตามกฎหมาย (มาตรา 40(4)) ซึ่งในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นจะไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในการคำนวณภาษีได้ หรือพูดให้ง่ายที่สุดคือ ส่วนแบ่งกำไร และ กำไรจากการขาย ต้องเอามาคิดภาษีทั้งจำนวนครับ

ตัวอย่างของส่วนแบ่งกำไร
และกำไรจากการขายที่ต้องเสียภาษี

ส่วนแบ่งกำไร : ตรงนี้ขอเน้นก่อนครับว่าต้องเป็นส่วนแบ่งกำไรที่ได้จาก Token (ยึดตามตัวบทกฎหมาย) เช่น การได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการที่เรานำเหรียญไปลงทุน อย่างของไทยก็อาจจะเป็นส่วนแบ่งที่ได้รับจากโปรแกรม Ziplock ของ Zipmex Token (ZMT)

กำไรจากการขาย : กรณีที่เรามีกำไรจากการขายคริปโตโดยตรงเลย เช่น นายบักหนอมเทรดบิตคอยน์แล้วได้กำไรจำนวน 100,000 บาท จำนวนเงินตรงนี้ก็คือรายได้ที่ต้องนำมาเสียภาษีนั่นเองครับ

อย่างไรก็ดี กรณีของสายขุด นั้น ถ้าหากให้ตีความจากข้อกฎหมายที่ว่ามานี้ ผมคิดว่าไม่น่าเข้าข่ายทั้งสองข้อ แต่เป็นเงินได้ประเภทที่ 8 (ประเภทอื่น) โดยรับรู้เป็นเงินได้เมื่อขายเหรียญที่ขุดได้ และต้องคำนวณภาษีโดยหักค่าใช้จ่ายตามจริงเท่านั้นครับ (เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ในทางปฎิบัติน่าจะมีข้อจำกัดที่ค่อนข้างยากอีกหลายเรื่องเลยล่ะครับ)

crypto เสียภาษี ภาษีคริปโต

ข้อกฎหมายที่ใช้หักภาษี ณ ที่จ่าย

แต่ก่อนที่เราจะลงลึกไปกว่านี้ รวมถึงข้อจำกัดต่างๆ ที่หลายคนมีคำถาม ลองมาทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายอีกตัวครับ นั่นคือ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่ง พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรฉบับที่ 19 ก็ได้แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 50 ดังนี้ครับ

(ฉ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ซ) และ (ฌ) ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้  

นั่นคือ กำหนดให้ผู้จ่ายเงินมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตรา 15% เมื่อมีการจ่ายส่วนแบ่งกำไร หรือ เกิดกำไรจากการขาย และมีหน้าที่นำส่งภาษีที่หักไว้ตัวนี้ให้กับกรมสรรพากรครับ

อ้อ ต้องบอกไว้ก่อนว่า การหักภาษี 15% นี้ไม่ได้ถือว่าเป็น Final TAX (หักแล้วเลือกไม่ยื่นภาษีได้) นะครับ ซึ่งแปลว่าเรายังมีหน้าที่ต้องเอาส่วนแบ่งกำไรหรือกำไรจากการขายที่เกิดขึ้นมายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งจำนวนอยู่ดี แค่สามารถนำภาษี 15% ที่ถูกหักไว้ มาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้เท่านั้นครับ

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนคงจะมีคำถามขึ้นมาในใจอยู่ประมาณนี้ครับ

  • ในเมื่อส่วนแบ่งกำไร และกำไรจะต้องเสียภาษีแล้ว เราจะรู้ได้ยังไงว่ากำไรเท่าไร ?
  • ทำไมเทรดมาตั้งนาน ไม่เคยเห็นใครหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% นี่ไว้เลย ?
  • แบบนี้ย้ายไปเทรดที่เมืองนอกแทน จะดีกว่าไหม กฎหมายไทยบังคับได้แค่ในไทยหรือเปล่า ?
  • นอกจากภาษีเงินได้แล้ว ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือเปล่า ?

เอาเป็นว่า… ผมจะทยอยตอบคำถามทั้งหมดในใจให้ฟังตามนี้ครับ

กฎหมายบังคับได้เฉพาะประเทศไทยจริงหรือเปล่า?
ถ้าเทรดในต่างประเทศจะต้องเสียภาษีใไหม?

ก่อนอื่นขออ้างอิงมาตรา 41 วรรคสอง และวรรคท้าย ที่พูดถึงเรื่องรายได้จากต่างประเทศไว้ดังนี้ครับ

ผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีปีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย  

ถ้าอ่านแต่ข้อความกฎหมายอาจจะงงหน่อย แต่ผมขอสรุปให้ว่า ถ้าหากเราเข้าเงื่อนไข 2 ข้อดังนี้ นั่นคือ ในปีไหนถ้าอยู่ในประเทศไทยรวมกันถึง 180 วัน และ ได้นำเงินได้ที่เกิดขึ้นในปีเดียวกันจากต่างประเทศเข้ามาที่ประเทศไทย เรามีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศไทยครับ

ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2564 นายบักหนอมอยู่ในประเทศไทย แต่ไปเทรดคริปโตที่ Binance มีกำไรทั้งหมด 1,000,000 บาท แต่นำเงินกำไรกลับเข้ามาในประเทศไทยในปี 2565 แบบนี้ก็จะไม่เข้าข่ายที่ต้องเสียภาษีในไทยครับ เพราะเงินได้เข้ามาคนละปีกับที่อยู่ในประเทศไทย

ทำไม Exchange ในประเทศไทย
ถึงไม่เคยหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไว้เลย

ถ้าให้ตอบแบบง่ายที่สุด ผมมองใน 3 ประเด็นนี้ครับ นั่นคือ

  1. การคำนวณ “ส่วนแบ่งกำไร” และ “กำไร” ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากหาก User มีการซื้อหลายครั้ง ขายหลายครั้ง หรือโอนเงินจาก Wallet ข้ามไปข้ามมาระหว่าง Exchange เจ้าต่างๆ หรือมีการโอนคริปโตเคอร์เรนซี่ให้กันโดยตรง ก็ทำให้ตัว Exchange ไม่สามารถรู้ข้อมูลได้ว่า ส่วนไหนคือ “กำไร” ที่แท้จริง
  2. ต่อให้สามารถรู้กำไรที่แท้จริงได้ คิดได้ หาต้นตอเจอ (สมมติว่าทำได้จริงๆ) หากทาง Exchange ประกาศว่าจะหักภาษี 15% สิ่งที่เกิดขึ้นง่าย ๆ คือ เตรียมเจ๊งได้เลยครับ เพราะคนจะไปเทรดเจ้าอื่น หรือ ไม่ก็ไปต่างประเทศตามเหตุผลที่ว่ามาก่อนหน้านี้
  3. ปัจจุบัน แนวทางของกฎหมายยังไม่ชัดเจนว่าควรทำอย่างไร แนวทางปฎิบัติควรเป็นแบบไหน และจะเก็บยังไงถึงจะถูกต้องมากที่สุด ด้วยการ Decentralized ของเทคโนโลยี ย่อมทำให้การตรวจสอบข้อมูลนั้นเป็นไปได้ยากขึ้นด้วย

รูปด้านล่างนี้เป็นคำชี้แจงจากทาง Zipmex และ BitKub เกี่ยวกับนโยบายการจัดการด้านภาษีนะครับ ซึ่งจะเห็นว่าไม่มีการหักภาษีไว้ทั้งคู่ ทั้งส่วนแบ่งกำไร และ กำไรจากการขาย (แต่ถ้าเป็นส่วนของค่านายหน้าที่ผู้เปิดบัญชีได้รับ ทาง Bitkub จะหักไว้ครับ)

อย่างไรก็ดี ตรงนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ คงต้องรอกันต่อไปว่าจะมีอะไรเป็นแนวปฎิบัติที่ชัดเจนกว่านี้หรือเปล่า ซึ่งถ้ามีอะไรเพิ่มเติม ผมจะกลับมาอัพเดทในบทความนี้ให้อีกทีหนึ่งครับ

ถ้าอยากเสียภาษีให้ถูกต้อง ควรทำอย่างไร

สำหรับคนที่อยากเสียภาษี ไม่ว่าจะเทรดในไทย หรือ ต่างประเทศ สิ่งที่ต้องทำมี 3 ข้อสั้น ๆ ตามนี้ครับ นั่นคือ

  1. เก็บข้อมูลต้นทุนให้ชัด วัดผลกำไรให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นตัวเลขกำไรที่แท้จริงที่เราได้รับ เพราะต่อให้จะไม่ถูกหักภาษี ณ ทีจ่าย แต่เรายังมีหน้าที่ยื่นภาษีให้ถูกต้องอยู่ดี เพราะถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมายครับ
  2. หากมีการโอนข้าม Exchange/Broker ก็ต้องบันทึกต้นทุนเดิมไว้ ผมคงไม่สามารถบอกได้ว่าให้เทรดหรือลงทุนอยู่แค่ที่เดียว แต่สิ่งที่เราต้องรู้คือ หากเรามีการย้าย / เปลี่ยน หรือโอนไปที่ใหม่ Platform ใหม่ เราก็ต้องเก็บต้นทุนเดิมไว้ให้ถูกต้อง เพื่อที่จะได้วัดผลต้นทุนและกำไรตามที่กล่าวไว้ในข้อแรกครับ
  3. กรณีที่เป็นการเทรดหรือลงทุนในต่างประเทศ ต้องระวังเงื่อนไขของการนำเงินกลับเข้าประเทศไทยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ถ้าหากเราบันทึกหรือมีข้อมูลในข้อ 1 และ 2 แล้ว เราก็น่าจะมียอดที่ยื่นภาษีได้อย่างถูกต้องครับ

ตกลงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยไหม?

สำหรับคำถามนี้ เราต้องกลับไปดูนิยามของคำว่า สินค้า ตามมาตรา 77/1 (9) แห่งประมวลรัษฏากรกันก่อนครับ

สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นาเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด

จากการแก้ไขล่าสุด จะเห็นว่านิยามของสินค้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จะไม่รวมทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด (เป็นการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับเรื่องของ ภาษี e-Service) และจากข้อความนี้ ทำให้เราพอจะอนุมานได้ว่า กำไรจากการขาย Token และ Cryptocurrency นั้นไม่น่าจะถูกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มครับ

บทสรุป

ถ้าใครยังสงสัยว่า Crypto เสียภาษีไหม ? ผมขอสรุปสั้น ๆ ว่า ณ ตอนนี้หลักการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายนั้น ยังมีข้อคลุมเครือในหลายจุดที่ทำให้นักลงทุนสงสัย ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของทางรัฐว่าในอนาคตจะหาทางเก็บภาษีส่วนนี้อย่างไรให้ถูกต้องและเป็นธรรมมากที่สุดครับ

แต่ในแง่ของผู้เสียภาษีแล้ว ถ้าหากเราอยากปฎิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยความบริสุทธิ์ใจ เราก็สามารถทำได้โดยการเก็บข้อมูลหลักฐานการซื้อขาย ลงทุน รวมถึงอื่นๆ ทั้งหมดไว้ และนำมายื่นภาษีให้ถูกต้องได้เช่นเดียวกันครับ

แต่สำหรับคนที่ขาดทุน สบายใจได้เลย
เพราะว่าเราไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้วครับ

TAXBugnoms

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Allow